Yugioh:Basic Ruling Part 1
posted on 21 Sep 2008 21:38 by psychosistanuki in Cardสวัสดีครับ ทุกท่าน ผมนายทานุโรคจิต "ที่คิดว่าจะดองบล๊อคแล้วก็กลับมา
อัพซะได้(แต่ก็ยังไม่ได้เพิ่มเติมหรือ ตกแต่งอะไรอยู่ดี....)"
ด้วยเหตุผลง่ายๆว่า "ไม่มีอะไรจะทำ..........."
ต่อดีกว่า >>>>
ในช่วงชีวิตที่น่าเบื่อของผม ก็ดูสดใส รื่นเริงขึ้นมาได้ ก็เพราะการ์ดนั่นเอง จึงอยากมาโม้ให้ผู้อ่านทุกท่านฟัง
ถึงวิธีการเล่น สำหรับผู้ที่ยังไม่เข้าใจ ว่าไอการ์ดพรรค์นี้มันเล่นกันยังไงนะครับผม
แต่ถึงกระนั้น ผมก็ยังไม่ใช่ นักเล่นการ์ดผู้ชำนาญ อาจจะพูดอะไรผิดไปบ้างและตัวผมเอง
นั้นก็อธิบายอะไรไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ จึงต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย
คำเตือน ********เนื้อหาที่จะพูดถึงนั้น โคตระยาว กรุณาทำใจก่อนอ่านหรือข้ามๆไปเลยก็ดี*********
--------------------------------------------------
การเล่นการ์ดขั้นพื้นฐาน
เกมการ์ดยูกินั้น ก่อนที่จะเล่น ก็ต้องมี ตัว หัวใจ และ สำรับการ์ด(Deckนั่นแหละ)ในการเล่น
----------------------------------------------------
Deckคืออะไร?
ว่าง่ายๆ ก็คือกองการ์ดที่ประกอบด้วยการ์ดต่างๆ มีปริมาณอยู่ระหว่าง น้อยสุด40 และมากสุด60ใบ(ตามกฏใหม่)
นั่นแหละ เรียกว่าMain deck
****แต่การ์ด ในเด๊คนั้น จะมีการ์ดที่ชื่อซ้ำกันได้มาก
ที่สุดแค่3ใบเท่านั้น
ในส่วนอื่นนั้นจะมี Extra deckและSide Deck
(<<สำหรับคนเล่นโดยทั่วไป คงไม่ค่อยมีหรอก ไอตัวนี้) อีก
Extra Deck
คือ สำรับที่ประกอบด้วย มอนสเตอร์ฟิวชั่น และซิงโคร
ซึ่งการ์ดพวกนี้(สามารถมีได้มากสุด15ใบและน้อยสุด0ใบ) จะกล่าวถึงทีหลัง
Side Deck
เปรียบเสมือนเด๊คสำรอง ที่ใส่การ์ดเอาไว้สำหรับเปลี่ยนการ์ดใน extra deck
และMain deck
ซึ่งในการแข่งยูกินั้น จะแข่ง3ครั้ง(3 Duel)
จึงครบ 1รอบ(Match) ซึ่งในช่วงระหว่าง รอบหนึ่งหนึ่งนั้น
จะสามารถเปลี่ยนการ์ดในside deckกับmain deckได้
*แต่ถ้าเล่นกันเฉยๆ คงไม่มานั่งเปลี่ยนกันหรอก แต่อันนี้พูดถึงการแข่งน่ะนะ
------------------------------------------------------------------------
แล้วตัดสินแพ้ชนะกันยังไง?
1. เวลาเล่น ผู้เล่นทั้ง2ฝ่ายจะมีค่าพลังชีวิต (Life point-Lp)8000 ซึ่งสามารถ
ลดได้จากการถูกโจมตีหรือผลจากเอฟเฟค
ซึ่งจะกล่าวทีหลัง
2. เมื่อการ์ดในเด๊คหมด แล้วไม่สามารถจั่วต่อไปได้ก็จะเป็นฝ่ายแพ้ไป
3.ผลจากเอฟเฟคของการ์ดบางใบ เช่น เอ็กโซเดีย,เอ็กโซดิออซ,เวนอมินากะ
ซึ่งระบุผลของการ์ดไว้ว่า “.....ผู้ควบคุมการ์ดใบนี้ ชนะการดวล” เป็นต้น
------------------------------------------------
ชนิดของการ์ด
1.มอนสเตอร์-เปรียบเสมือน ตัวทำเกม โดยใช้บุกตะลุยไปตบกบาลฝั่งตรงข้าม
2.การ์ดเวทย์-ทำหน้าที่ คอยสนับสนุน การเล่นของเรา
3.การ์ดกับดัก -ทำหน้าที่อุดช่องโหว่ต่างๆ
---------------------------------------------------------------
Monster
มีรูปร่างหน้าตาประมาณนี้
(http://img370.imageshack.us/img370/1140/300pxelementalheroneosczb1.jpg)
ประกอบด้วยส่วนประกอบที่สำคัญคือ
1.ชื่อของการ์ดมอนสเตอร์ใบนั้น
2. ธาตุ
3.ดาว
4.รหัสการ์ด
5.ชนิดของมอนสเตอร์/เผ่า
6.รายละเอียดของเอฟเฟค(Effect)ของมอนสเตอร์ ตัวนั้น
7.ค่าพลังโจมตี(Atk) กับพลังป้องกัน(Def)
---------------------------
มอนสเตอร์เป็นส่วนประกอบหลัก ที่มีจำนวนมากที่สุด เพราะเมื่อลงมาบนสนามแล้ว ก็จะอยู่บน
สนามตลอดตราบใดที่ไม่โดนทำลายทิ้งหรืออื่นๆ
ต่างกับเวทย์กับดักที่เมื่อใช้เสร็จ จะถูกส่งลงสุสานนะครับ
มอนสเตอร์ สามารถอัญเชิญ(นำการ์ดไปวางไว้บนสนาม)ได้หลายแบบ ดังนี้
1. อัญเชิญแบบปกติ(Normal Summon)-ก็การลงแบบปกติ กระทำโดย
นำมอนสเตอร์ที่อยู่บนมือ มาวางบนสนาม ในลักษณะหงายหน้า(Face up)
ใน1เทิร์นนั้น ผู้เล่นจะมีสิทธิ อัญเชิญแบบ ปกติได้1ครั้ง
และเมือ่เรียกออกมาแบบปกติ จะเรียกสภาพที่หงายหน้า ตั้งตรงแบบนี้ว่า "หงายหน้าตั้งโจมตี"
2.อัญเชิญแบบพิเศษ(Special Summon)-จะเป็นการลงโดยผลของการ์ด(Effect)นะครับ
โดยที่ เทิร์นนึงนั้น จะสามารถ อํญเชิญแบบพิเศษกี่ครั้งก็ได้
3.อัญเชิญแบบแอ๊ดว๊านซ์(Advance Summon)-คือการลงแบบปกติ(Normal summon)
ชนิดนึง โดยที่จะอาศัยการรีลีส มอนสเตอร์ตัวอื่นที่อยู่บนสนามอยู่แล้ว เพื่อเรียกลงมานะครับ
ซึ่งรายละเอียดในส่วนนี้ จะว่าต่อ ในส่วนของดาว(Level)ของมอนสเตอร์
4. อัญเชิญแบบฟิวชั่น/ซิงโคร(Fusion/Synchro)-สำหรับการอัญเชิญแบบนี้
จะกล่าวถึงในครั้งต่อไปละกันนะครับ เพราะมันยุ่งยากพอควร
5. หมอบการ์ด(Set)-ก็คือ การลงโดยคว่ำการ์ดในลักษณะนอนตะแคง
ซึ่งการลงแบบนี้แม้จะไม่นับว่าเป็นการอัญเชิญ
แต่ก็จำกัดสิทธิในการลงแบบการอัญเชิญแบบปกติ โดยถ้าลงแบบปกติมาแล้ว
จะไม่สามารถหมอบมอนสเตอร์เพิ่มได้นะครับ
5.1 (Flip Summon)-เมื่อมอนสเตอร์ตัวนั้น หมอบอยู่แล้วจับมันหงายขึ้นมา
อยู่ในสภาพหงายหน้าเอง โดยไม่ใช้ผลของการ์ดจึงจะถือว่า เป็นการเรียกแบบ
Flip summon
6.Ritual Summon-ใช้สำหรับอัญเชิญมอนสเตอร์พิธีกรรมเท่านั้น
โดยใช้การ์ดพิธีกรรมเรียก ซึ่งจะต้องทิ้งการ์ดมอนสเตอร์
บนมือลงสุสาน ให้ดาวเท่ากับตัวที่จะเรียกหรอืน้อยกว่า
และจะต้องมีมอนสเตอร์พิธีกรรมที่จะเรียกอยู่บนมือด้วย
------------------------------------------------------------------------
มอนสเตอร์ แบ่งเป็นชนิดหลักๆ ออกไปได้ " 5 " ชนิด
1. มอน ปกติ(Normal Monster)-ลักษณะตัวการ์ดจะมีสีเหลือง การ์ดพวกนี้
ในส่วนของผลของการ์ด(Effect)จะระบุถึง เรื่องราวเกีย่วกับการ์ดมอนสเตอร์ตัวนั้นแทน
ซึ่งไม่มีผลกับการเล่นเลย
2.มอน เอฟเฟค(Effect Monster)-พวกนี้จะมีเอฟเฟคระบุไว้
ชัดเจน ว่าสามารถทำอะไรได้ บางส่วนอาจประกอบด้วยเงื่อนไข(Cost)
โดยลักษณะตัวการ์ดจะมีสีส้ม
3. มอน ฟิวชั่น(Fusion Monster)-การ์ดของพวกนี้ จะมีสีม่วง
และมีวัตถุดิบในการเรียก ระบุไว้ในตัวการ์ด โดยที่พวกนี้
บางตัวอาจมีเอฟเฟคด้วย การอัญเชิญการ์ดพวกนี้ มักต้องพึ่งผลของการ์ดนะครับ
4.มอน ซิงโคร(Synchro Monster)-การ์ดพวกนี้ จะมีสีขาว และมีวัตถุดิบระบุไว้เช่นเดียวกับ ฟิวชั่นมอนสเตอร์
แต่จะเรียกโดยการ "ประกาศซิงโคร" แต่จะกล่าวถึงทีหลัง
5.มอน พิธีกรรม(Ritual Monster)-การ์ดพวกนี้จะมีสีเป็นสีน้ำเงิน
โดยที่หลักการเรียกการ์ดพวกนี้ จะต้องพึ่งการ์ด"พิธีกรรม"(Ritual)
และการส่งมอนสเตอร์ลงสุสาน ให้ดาวครบหรือมากกว่าก็ได้
----------------------------------------------------
ธาตุ(attribute)
ในเกมการ์ดยูกิ ประกอบไปด้วย ธาตุ 7ชนิด คือ
ไฟ(Fire) ดิน(Earth) ลม(Wind)
น้ำ(Water) แสง(Light) มืด(Dark) และธาตุที่มีเฉพาะในการ์ดเทพเจ้า(ไม่สามารถนำเอาใช้เล่นจริงได้ มีไว้สำหรับสะสมเท่านั้น)
คือ "เทพ(Divine) "
ระบบธาตุนั้น "ไม่ได้มีผลแบบ" ระบบแพ้ธาตุหรืออะไรทั้งสิ้น
จึงไม่ได้มีผลอะไรเลย แต่มีไว้จำแนกชนิดของมอนเพื่อกเล่นกับการ์ดต่างชนิดกัน
------------------------------------------------------------------------------
เผ่า(Type)
ในการ์ดยูกิ จะประกอบไปด้วยเผ่าทั้งหมด ราวๆ23เผ่า
โดยมีเผ่าพิเศษที่ไม่มีในการ์ดทั่วไป คือ"เผ่าสัตว์มายา"ซึ่งมีในการ์ดเทพเจ้าเท่านั้น
*เหมือนกับธาตุ โดยตัวเผ่าเองนั้น ไม่ได้
มีผลอะไรกับการ์ดใบนั้นเลย
แต่ใช้จำแนกชนิดของมอน เพื่อเล่นกับการ์ดต่างชนิดกัน
-------------------------------------------------------------------------
ดาว(Level)
เป็นตัวกำหนด เงื่อนไขการลงของมอนสเตอร์ ชนิดนึง
โดยที่ยิ่งดาวเยอะ ส่วนใหญ่มอนสเตอร์ตัวนั้นก็จะยิ่งแข็งแกร่ง
แต่จะมีข้อกำหนด ในการลงคือการ รีลีส(Release(ศัพท์เก่า=บูชายัญTribute))คือการส่งมอนสเตอร์ลงสุสานนั่นเอง
การอัญเชิญแบบปกติ
1-4ดาว:"สามารถลงได้ โดยไม่ต้อง รีลีส"
โดยการอัญเชิญแบบปกติ((Normal Summon)นำการ์ดมาวางตั้งเอาหน้าการ์ดหงายขึ้น) หรือSet(หมอบการ์ด)
5-6ดาว :"ต้องทำการ รีลีสมอนสเตอร์1ตัว(ส่งมอนสเตอร์ที่ควบคุมอยู่ 1 ตัวลงสุสาน)
เพื่อทำการอัญเชิญแบบแอ๊ดวานซ์(Advance Summon(คำเก่า=Tribute summon)***การเรียกแบบนี้ถือว่าเป็นการเรียก
แบบNormal Summonด้วย )หรือเซ็ท
7-8ดาว:"ต้องรีลีส มอนสเตอร์ที่เราควบคุม2ตัว เพื่อลงแบบ แอ๊ดวานซ์ ซัมม่อน หรือเซ็ท
******การ์ดมอนสเตรอ์จะไม่สามารถรีลีสดว้ยมอน3ตัวได้ เพื่ออัญเชิญ
ลงมาได้ เว้นแต่จะกำหนดไว้ว่าให้ทำได้ เท่านั้น
-----------------------------------------------------------------------
การ์ดเวทย์(Spell Card)
การ์ดที่ตัวการ์ดจะมี"สีเขียว" จะประกอบด้วย
ตัวอย่าง
(http://img137.imageshack.us/img137/7338/ooversouldp03encvc2.jpg)
1.ชื่อ
2.สัญลักษณ์(ถ้าเทียบกับการ์ดมอนสเตอร์ จะอยู่ตรงธาตุ)
3.ชนิด(ขวาบนรองลงมา เทียบกับมอนสเตอร์ จะอยู่ตรงกับตำแหน่งที่มีดาว(Level))
4.รหัสการ์ด
5.ผล
เวทย์นั้นจะ มี6ชนิดคือ
1.เวทย์ปกติ (Normal Spell) ไม่มีสัญลักษณ์
2.เวทย์ฉับพลัน(Quick Spell) มีสัญลักษณ์
3.เวทย์ต่อเนื่อง(Continuous Spell) มีสัญลักษณ์
4.เวทย์สนาม(Field Spell) มีสัญลักษณ์
5.เวทย์สวมใส่(Equip Spell) มีสัญลักษณ์
6.เวทย์พิธีกรรม(Ritual Spell)มีสัญลักษณ์
ใช้งาน(Activate)โดยการนำเอาการ์ดเวทย์มนตร์จากบนมือ วางลงบนฟิลด์ในสภาพหงายหน้า
โดยทั่วไปเมื่อใช้งานจนผลหมดแล้ว จะถูกส่งลงสุสาน
ยกเว้น เวทย์ต่อเนื่อง,สนามและเวทย์สวมใส่ ที่เมื่อใช้แล้ว
จะยังคงติดอยู่ ณ แถบหลัง(Spell/Trap Zone)
หรืออาจจะนำมาวางหมอบ(Set) โดยวางในลักษณะคว่ำ ตั้งตรงในโซนเวทย์กับดักก็ได้
การ์ดเวทย์ ที่Set ไว้ จะสามารถใช้ผลของมันเลยก็ได้ ในเทิร์นที่set ยกเว้นการ์ดเวทย์ฉับพลัน ที่จะพูดถึงทีหลัง
------------------------------------------
การ์ดกับดัก(Trap Crad)
ตัวการ์ดเป็นสีชมพูแดง ประกอบด้วยส่วนประกอบหลักเหมือนกับเวทย์
ตัวอย่าง
(http://img370.imageshack.us/img370/5365/changeofheroreflectorraso2.jpg)
1.ชื่อ
2.สัญลักษณ์
3.ชนิด
4.รหัสการ์ด
5.ผลของการ์ด
ชนิดของกับดัก ประกอบไปด้วย
1.กับดักปกติ ไม่มีสัญลักษณ์
2. กับดักต่อเนื่อง มีสัญลักษณ์
3.กับดักเคาเตอร์ มีสัญลักษณ์
การ์ดกับดัก เช่นเดียวกับเวทย์ ที่เมื่อใช้ผลเสร็จ จะถูกส่งลงสุสาน ยกเว้น กับดักต่อเนื่อง
แต่ การ์ดกับดัก จะไม่สามารถ ใช้งานจากบนมือได้ในทันที
โดยจะต้องหมอบ(Set)ไว้บนสนามเทิร์นนึง
(หมดรอบนึง จนถึงตาเราอีกที)ก่อนจึงทำให้ มีความเร็วในการเล่นช้ากว่าการ์ดเวทย์มนตร์
การเซ็ทกับดัก ให้ทำวิธีเดียวกับเซ็ทเวทย์นะครับ
--------------------------------------------
Field
สนาม คือที่ๆ เราจะนำการ์ดต่างๆ มาวางเพื่อแสดงบทบาทต่างๆ
โดยมีหน้าตาแบบนี้
http://img89.imageshack.us/img89/6501/entirefieldsi0.gif
1.Monster Zone(แถบหน้า)-โซนที่เรา สามารถ อัญเชิญ(Summon)
หรือหมอบ(Set)มอนสเตอร์ของเรา ได้
สามารถลงได้มากสุด5ตัว เพราะมี5ช่องดังภาพ
2.Spell/Trap Zone(แถบหลัง)-โซนที่เรา สามารถ
ใช้การ์ดเวทย์มนตร์ หรือหมอบ(Set)การ์ดเวทย์
หรือกับดักของเราได้(มากสุด5ใบ)
ถ้าหาก เรามีการ์ด เวทย์/กับดัก(S/T)5ใบ เต็มแถบหลังของเรา
จะทำให้เราไม่สามารถใช้การ์ดเวทย์ได้นะครับ
(เพราะช่องเต็มแล้วจึงไม่สามารถนำการ์ดเวทย์จากบนมือ มาวางเพื่อใช้ผลได้)
3.Graveyard(อีก ชื่อคือCemetry) -
ก็คือสุสานนั่นเอง การ์ดที่ถูกทำลาย หรือถูกเอฟเฟคจำพวก"ส่งลงสุสาน"
จะมากองกันอยู่ในนี้ ซึ่งถ้ามันมาอยู่ในนี้ เราก็ไม่สามารถไปยุ่งอะไรกับมันได้
เว้นแต่จะใช้การ์ดที่มีผลเกี่ยวกับใน สุสาน
4.Remove Zone-
โซน ที่การ์ดที่โดนผลจากเอฟเฟค ที่ระบุไว้ว่า"นำออกจากเกม"
(Remove From Game-RFG) จะมากองกันอยู่ตรงนี้
ซึ่งถ้ามันมาอยู่ในนี้ เราก็ไม่สามารถไปยุ่งอะไรกับมันได้
เว้นแต่จะใช้การ์ดที่มีผลเกี่ยวกับใน
รีมูฟโซน (ในรีมูฟโซนนั้น ให้นำการ์ดมาวางไว้ข้างๆสุสานเอา)
5.Deck Zone-จุดวางDeckนั่นเอง
6.Extra Deck-มอนสเตอร์ ฟิวชั่นและซิงโคร
จะมาอยู่กันตรงนี้ครับ(วางในสภาพคว่ำ เช่นเดียวกับเด๊ค)
สามารถใส่ได้มากที่สุด 15ใบ และน้อยที่สุด 0ใบ
7.Field -เวทย์สนาม ที่แสดงผลอยู่ ให้วางตรงนี้ครับ
ซึ่งเวทย์ สนามจะแสดงผลได้แค่อันเดียวเท่านั้น
เมื่อนำเวทย์สนาม มาหมอบ หรือแสดงผลอีก จะทำลายอันเก่าทิ้งทันที
แล้วมีอันใหม่มาแทน
------------------------------------------------------------
เมื่อการ์ด ถูก"ทำลาย" หมายความว่า
จะต้องส่งการ์ดใบนั้นลงสุสาน
การถูกทำลาย ส่วนใหญ่แบ่งเป็น 2กรณี คือ1
-ถูกทำลายจากการต่อสู้ ซึ่งจะกล่าว ในหัวข้อด้านล่างนี้
-ถูกทำลายจากผลของการ์ด เช่น ผลของการ์ดเวทย์
ที่ระบุไว้ว่า "ทำลายการ์ดมอนสเตอร์ 1 ใบ ที่มีพลังโจมตีมากที่สุดบนสนาม" เป็นต้น
--------------------------------------------------------------------
Turn
ช่วงที่ผู้เล่น สามารถทำสิ่งต่างๆ ของตนได้ หรือว่าง่ายๆ ก็เหมือนตา ในหมากรุก
หรือเกมกระดานอะไรทำนองนั้นแหละ
ซึ่งผู้เล่นทั้ง2ก็เล่นผลัดเทิร์นกันไป
เช่น นายA เริ่มก่อน ก็เรียงได้ดังนี้
Turnแรก นายA---->Turnที่2 นายB---->Turnที่3
นายA---> .....................................etc.
ซึ่งในเกมการ์ดยูกินั้น ใน1เทิร์นจะแบ่งย่อยๆ เป็นphraseได้ดังนี้
--------------------------------------------------------------
ช่วงเริ่มต้น ของเทิร์น เจ้าของเทิร์นนั้นจะต้องจั่วไพ่ 1 ใบ
ถ้าหากไม่มีไพ่ให้จั่วก็จะแพ้ไป ในช่วงนี้(อย่างที่ได้กล่าวไป)
-----------------------------------------------------------------------
Standby Phrase
ช่วงที่ต่อจากดรอว์เฟรซ ในช่วงนี้เจ้าของเทิร์นยังไม่มีสิทธิทำอะไร
แต่จะผ่านเข้าสู่ช่วงต่อไปได้
-----------------------------------------------------------------------
Main phrase 1
ในที่สุดก็มาถึงซะที ช่วงนี้แหละ ที่ผู้เล่น จะสามารถ กระทำสิ่งต่างๆได้ดังนี้
1.อัญเชิญมอนสเตอร์ แบบปกติ/แอ๊ดว๊านซ์ หรือเซ็ทการ์ดมอนสเตอร์ได้ 1 ครั้ง
(ถ้าทำอย่างใดอย่างนึง ก็ต้องรอเทิร์นต่อไปนะ)
2. อัญเชิญมอนสเตอร์ แบบพิเศษ กี่ครั้งก็ได้
3.ประกาศซิงโคร
4.หมอบการ์ดเวทย์กับดัก กี่ใบก็ได้
5.ประกาศใช้ผล "ของเวทย์" หรือ "กับดัก(<<<<ที่หมอบไปแล้วเทิร์นนึง) "
6.สั่งใช้งาน effectของมอนสเตอร์บางชนิด
7. การเปลี่ยนแนวการ์ด - ในเทิร์นนั้น "หาก"มอนสเตอร์ตัวนั้น ลงมาอยู่แล้วเทิร์นนึง
เราสามารถเปลี่ยนรูปแบบจากที่ ตั้งโจมตีหงายหน้าอยู่ให้กลายเป็น
"ตั้งป้องกันหงายหน้า"ได้ โดยการเปลี่ยนแนวการ์ด ให้นอนตะแคง
หรือนำการ์ดที่Setอยู่ หงายหน้าขึ้นมา ในสภาพตั้งโจมตีหงายหน้าได้
(Flip summon) หรือ จับมอนสเตอร์ ที่ตั้งป้องกันหงายหน้า(หรือเรียกว่า ตั้งรับ)
ให้ตั้งโจมตีหงายหน้าได้ เช่นกัน
สามารถเปลี่ยน แนวของการ์ดมอนสเตอร์ได้มากกว่าหนึ่งตัว
*แต่เปลี่ยนได้แค่ตัวละ 1 ครั้งต่อเทิร์น
เมื่อทำกิจธุระของตนเสร็จ สามารถประกาศเข้าสู่ช่วงต่อไปได้
--------------------------------------------------------------------
Battle Phase
ช่วงประกาศโจมตี โดยช่วงนี้ เราสามารถ
1. เลือกมอนสเตอร์ ตัวนึงบนสนามเรา"ที่หงายหน้าตั้งโจมตี"
เพื่อประกาศโจมตี โดยไปเลือกเป้าหมาย(มอนสเตอร์บนสนามฝั่งตรงข้าม)ที่จะโจมตี
เมื่อประกาศโจมตี แล้วไม่มีการเปิดการ์ดหรือใช้เอฟเฟคใดๆ จะเข้าสู่ช่วง
คำนวณความเสียหายทันที(Damage step)
โดยเริ่มจาก
1.หากโจมตีใส่ตัวที่ หมอบอยู่ จะต้องหงายหน้าขึ้นมา แต่ถ้าหงายหน้าอยู่แล้วให้เช็คค่าพลังได้เลย
2. เมื่อโจมตีตัวที่ตั้งโจมตี(หงายหน้า)อยู่ จะนำเอาแค่Attackของเรา
กับของฝ่ายตรงข้ามมาเทียบกัน แต่ถ้าฝ่ายตรงข้าม ตั้งป้องกัน(นอนตะแคง)
จะนำAttackของเราไปเทียบกับ Defenseของฝั่งนั้นแทน
3. หากAttackของเรามากกว่าAtkหรือdefของฝั่งนั้น
ให้นำผลต่างไปหักLP(Lifepoint)ของฝ่ายตรงข้าม
ถ้าหากพลังโจมตีของฝั่งนู้นมากกว่าของเรา ก็นำผลต่างมาหักLpของเราแทน
ถ้าหากAtkของเราเท่ากับของเขา จะไม่มีผลต่าง
ถ้าหากAtkของเรา เท่ากับDefของเขา จะไม่มีผลต่าง
ถ้าหากDefของเขา มากกว่าพลังโจมตีของเรา จะต้องนำผลต่างไปหักLpของเราด้วย
4.หลังจากคำนวณความเสียหายเสร็จ
Atkเราที่สั่งโจมตีไป>Atkเขา ทำลายมอนสเตอร์ ตัวนั้น และส่งลงสุสาน
Atkเราเขา ทำลายมอนสเตอร์ของเรา และส่งลงสุสาน
Atkเรา=Atkเขา ทำลายมอนสเตอร์ของทั้ง2ฝ่าย และส่งลงสุสาน
Atkเรา>Defเขา ทำลายมอนสเตอร์ ตัวนั้น และส่งลงสุสาน
Atkเราเขา ไม่ต้องทำลาย
Atkเรา=Defเขา ไม่ต้องทำลาย
5.ถ้าหากมอนสเตอร์ ที่คว่ำอยู่ มีเอฟเฟคชนิด"รีเวอร์ส"จะทำงานในช่วงนี้
6.กลับไปที่แบทเทิ้ลเฟสต่อ โดยที่ เราอาจสั่งมอนสเตอร์ที่เหลือที่ยังไม่ได้โจมตี โจมตีต่อก็ได้
***มอนสเตอร์ที่อยู่ในช่วง แบทเทิ้ลเฟส จะสามารถโจมตีได้ ตัวละ1ครั้ง ต่อเทิร์น
****ถ้าหาก ฝ่ายตรงข้ามไม่มีมอนสเตอร์บทสนาม สามารถประกาศโจมตีโดยตรง
โดยจะนำเอาพลังโจมตีของมอนสเตอร์ตัวนั้น ไปหักกับLpของอีกฝ่ายโดยตรง!
เมื่อเสร็จกิจธุระ สามารถประกาศเข้า Main phrase 2 หรือEnd phraseเลยก็ได้
---------------------------------------------------------
Main Phrase 2
สามารถมีสิทธิทำทุกอย่างได้ คล้ายๆเมนเฟส1
1.อัญเชิญมอนสเตอร์ แบบปกติ/แอ๊ดว๊านซ์ หรือเซ็ทการ์ดมอนสเตอร์ได้ 1 ครั้ง
(ถ้าทำอย่างใดอย่างนึง ก็ต้องรอเทิร์นต่อไปนะ)
หมายเหตุ ********ถ้าหากยังไม่ได้อัญเชิญในเมนเฟส 1เท่านั้น
2. อัญเชิญมอนสเตอร์ แบบพิเศษ กี่ครั้งก็ได้
3.ประกาศซิงโคร
4.หมอบการ์ดเวทย์กับดัก กี่ใบก็ได้
5.ประกาศใช้ผล "ของเวทย์" หรือ "กับดัก(<<<<ที่หมอบไปแล้วเทิร์นนึง) "
6.สั่งใช้งาน effectของมอนสเตอร์บางชนิด
7. การเปลี่ยนแนวการ์ด - ในเทิร์นนั้น "หาก"มอนสเตอร์ตัวนั้น
ลงมาอยู่แล้วเทิร์นนึง เราสามารถเปลี่ยนรูปแบบจากที่ ตั้งโจมตีหงายหน้าอยู่
ให้กลายเป็น"ตั้งป้องกันหงายหน้า"ได้ โดยการเปลีย่นแนวการ์ด ให้นอนตะแคง
หรือนำการ์ดที่Setอยู่ หงายหน้าขึ้นมา ในสภาพตั้งโจมตีหงายหน้าได้
(Flip summon) หรือ จับมอนสเตอร์ ที่ตั้งป้องกันหงายหน้า(หรือเรียกว่า ตั้งรับ)
ให้ตั้งโจมตีหงายหน้าได้ เช่นกัน
สามารถเปลี่ยน แนวของการ์ดมอนสเตอร์ได้มากกว่าหนึ่งตัว
แต่เปลีย่นได้แค่ตัวละ 1 ครั้งต่อเทิร์น
หมายเหตุ********* จะสามารถเปลี่ยนแนวของการ์ดได้
ถ้าหากมอนสเตอร์ตัวนั้นยังไมได้สั่งโจมตี และเราไม่สามารถเปลี่ยนแนวการ์ดของ
มอนสเตอร์ตัวนั้นได้อีก ถ้าหาก ได้ปรับเปลี่ยนไปแล้ว ในเมนเฟส 1
-------------------------------------------------------
เมื่อทำกิจธุระของตนเสร็จ สามารถประกาศเข้าสู่ช่วงต่อไปได้
--------------------------------------------------------------------------
End phrase
ช่วงจบเทิร์น ในช่วงนี้ ผู้เล่นจะต้องตรวจสอบการ์ดบนมือของตน
หากมีเกิน6ใบ จะต้องนำการ์ดบนมือลงสุสาน จนกว่าจะครบ6!
เมื่อจบPhraseนี้ไป จะเป็นการเริ่มเทิร์นของอีกฝ่าย ซึ่ง จะทำในลักษณะเช่นนี้
เหมือนกัน
-------------------------------------------------------------
To be continued…..
เฮ้อ เหนื่อย~
ขอบคุณทุกท่านทีอ่านมาถึงตรงนี้ และหวังว่าจะมีประโยชน์ต่อผู้เริ่มเล่นนะครับ
ไว้ ส่วนต่อไป จะนำมาลงในคราวหน้านะครับ
ปล.ภาพทั้งหลาย เอามาจากเว็ป yugioh.wikia ครับผม
edit @ 22 Sep 2008 23:21:08 by PsychoTanuki
edit @ 22 Sep 2008 23:24:57 by PsychoTanuki
edit @ 22 Sep 2008 23:37:31 by PsychoTanuki
edit @ 23 Sep 2008 00:03:22 by PsychoTanuki
edit @ 23 Sep 2008 00:19:44 by PsychoTanuki
edit @ 29 Oct 2008 16:16:34 by PsychoTanuki